ประชุมจัดตั้งเครือข่ายระบบนำส่งวัคซีนไทย

แกนนำเครือข่ายเพื่อพัฒนาประสิทธิภาพวัคซีนไทย


สายวันที่ 13 ตุลา 2558 สถาบันวัคซีนแห่งชาติ ได้รับเกียรติ มีโอกาสต้อนรับหัวเรี่ยวหัวแรง ผู้แทนเภสัชกรแกนนำ มหาวิทยาลัยดังจากภาคเหนือ ภาคกลาง และภาคอีสาน ทั้งภาครัฐและเอกชน  ร่วมก่อตั้งเครือข่ายการวิจัยพัฒนาระบบนำส่งวัคซีนไทย(Vaccine Delivery System) อีกหนทางเพิ่มคุณค่า ผลักดันวัคซีนไทยสู่คุณภาพและประสิทธิภาพ เทียบสากล.


"ระบบนำส่ง" คำและคอมมอนเซ้นท์อาจทำให้เข้าใจความพลาด เพราะมิได้หมายถึงการขนวัคซีนขึ้นรถกระจายสู่พื้นที่. แต่ระบบนำส่งในที่นี้ คือ วิธีการนำวัคซีนเข้าสู่ร่างกาย นำเสนอแอนติเจน หรือชิ้นส่วนของเชื้อโรค ส่วนประกอบสำคัญของวัคซีน แสดงต่อระบบภูมิคุ้มกันได้แจ่มชัดเพียงพอ จนร่างกายสามารถผลิตสารน้ำและเซลล์ภูมิคุ้มกันจำเพาะที่มีฤทธิ์ป้องกันโรคอย่างมีประสิทธิภาพ คงอยู่ยาวนานเพียงพอตามต้องการ.  รวมทั้งการคิดสูตรตำรับ ทำให้วัคซีนคงทนต่อสิ่งแวดล้อม ไม่เสื่อมคุณภาพง่ายเกิน (Stability). จึงเป็นอีกวิถีทางสร้างจุดเด่น คุณสมบัติพิเศษให้กับวัคซีนสยาม.


เราเห็นชอบร่วมกัน จะทำงานเป็นเครือ รวบรวมความเชี่ยวชาญที่สร้างสมจากเภสัชกรและนักวิทยาศาสตร์ทั่วไทย มาผนึกเป็นแรงผลักเสริมอิทธิฤทธิ์ของวัคซีนในแผนการผลิต "วาระแห่งชาติด้านวัคซีน 2554" และโร้ดแมป. วัคซีนไข้หวัดใหญ่ ตัวแรกที่เราจะเริ่มในปีนี้ ภายใต้การสนับสนุนของสถาบันวัคซีนแห่งชาติในระยะยาวจนเห็นผล ทั้งรูปแบบวัคซีนแปะผิวหนัง เหมือนพลาสเตอร์ยาที่คุ้นเคย และวัคซีนหยอดจมูก เพื่อความสะดวกในการรับ "วัคซีน" เครื่องมือเป้าหมายการควบคุมป้องกันทุกโรคในอนาคต. คนรับไม่ต้องกลัวเข็ม พยาบาลไม่ต้องเสียเวลาฉีดกันอีกต่อไป. และจะร่วมวิจัยสารเสริมฤทธิ์วัคซีน(Adjuvant) ทำให้เราสามารถลดปริมาณเนื้อวัคซีน ลดต้นทุน เพิ่มกำลังผลิต ความสามารถแข่งขันไปในตัว.