ตรังเร่งรณรงค์ฉีดวัคซีน หลังพบเด็ก 11 ขวบตายด้วยโรคคอตีบรายแรกในรอบ 10 ปี

       ตรัง - สาธารณสุขตรัง รพ.ตรัง และเทศบาลนครตรัง เร่งประชาสัมพันธ์ให้เด็ก และผู้ใหญ่กลุ่มเสี่ยงรีบมารับวัคซีนป้องกันโรคคอตีบทุกคน หลังเกิดเด็ก 11 ขวบ ป่วยตายเป็นรายแรกในรอบ 10 ปี
       
       วันนี้ (27 ก.ค.) ที่ทำการชุมชนศรีตรัง ภายในสวนสาธารณะทับเที่ยง เขตเทศบาลนครตรัง อ.เมือง จ.ตรัง ได้มีประชาชนในเขตเทศบาลนครตรัง เดินทางมาฉีดวัคซีนป้องกันโรคคอตีบกันเป็นจำนวนมาก ซึ่งเทศบาลนครตรัง ประกาศรณรงค์ให้ประชาชนฉีดวัคซีนป้องกันโรคคอตีบฟรีตลอดสัปดาห์นี้ โดยเฉพาะกลุ่มผู้สูงอายุ และกลุ่มวัยกลางคนที่จำเป็นต้องได้รับการฉีดวัคซีนกระตุ้นภูมิคุ้มกัน หลังจากล่าสุด เมื่อวันที่ 16 ก.ค.ที่ผ่านมา โรงพยาบาลตรัง ได้พบเด็กวัย 11 ปี จำนวน 1 ราย ป่วยเป็นโรคคอตีบ และเสียชีวิตในเวลาต่อมา
       
       ดังนั้น สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดตรัง โรงพยาบาลตรัง และเทศบาลนครตรัง จึงต้องเร่งออกมาทำการประชาสัมพันธ์ให้เด็ก และบุคคลทั่วไป อายุตั้งแต่ 13 ปีขึ้นไป ทั้งที่อาศัยอยู่ในเขตเทศบาลนครตรัง และเข้ามาทำงานในเขตเทศบาลนครตรัง จำเป็นต้องเข้ารับการฉีดวัคซีนป้องกันโรคคอตีบทุกคน เพราะเป็นโรคที่ติดต่อกันได้ผ่านการสัมผัส และการหายใจ อีกทั้งยังเป็นได้ทั้งเด็ก และผู้ใหญ่ พร้อมมีอัตราการเสียชีวิตสูงถึงร้อยละ 30 ซึ่งถ้าป่วยแล้วไม่รีบรักษาอาจถึงขั้นเสียชีวิตได้เหมือนกับเด็กวัย 11 ปี

       ด้าน นพ.วิฑูรย์ เหลืองดิลก นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดตรัง กล่าวว่า จนถึงขณะนี้สามารถยืนยันได้ว่ามีผู้เสียชีวิตด้วยโรคคอตีบจริง เป็นเด็กวัย 11 ปี 10 เดือน จำนวน 1 รายเท่านั้น เด็กที่เสียชีวิตมีสุขภาพไม่แข็งแรง มีปัญหาทางสมอง เป็นเด็กพิเศษที่กำลังศึกษาอยู่ที่โรงเรียนแห่งหนึ่งใน จ.นครศรีธรรมราช จึงได้ทำการตรวจสอบประวัติเด็กที่เสียชีวิต โดยผลปรากฏว่า เด็กไม่เคยได้รับวัคซีนป้องกันโรคคอตีบเลยในทั้ง 2 จังหวัด เบื้องต้น คาดว่าน่าจะติดเชื้อมาจาก จ.นครศรีธรรมราช เพราะทราบมาว่า 1-2 เดือน เด็กจะเดินทางกลับ จ.ตรัง สัก 1 ครั้ง พอเริ่มมีอาการป่วย พ่อและแม่เด็กจึงได้นำมารักษาที่ จ.ตรัง
       
       โดยหลังจากเด็กเสียชีวิตได้ประสานงานไปยังสถานที่ต่างๆ ที่เด็กเคยไป ให้ตรวจสอบบุคคลใกล้ชิด เคยสัมผัสกับเด็กที่เสียชีวิตหรือไม่ พร้อมให้คอยเฝ้าระวังติดตามอาการ และฉีดวัคซีนป้องกัน หากพบว่ามีอาการป่วยให้รีบนำมารักษาโดยด่วน และเฝ้าดูอาการอย่างใกล้ชิดว่าจะเป็นโรคคอตีบหรือไม่ ซึ่งตอนนี้มีผู้ป่วยต้องสงสัยที่กำลังเฝ้าระวังอยู่ 1 ราย ซึ่งเป็นทหารเกณฑ์ โดยรับการรักษาตัวอยู่ที่โรงพยาบาลตรัง ในห้องคัดกรอง แต่ก็ยังไม่ฟันธงว่าเป็นโรคคอตีบหรือไม่ หากผลออกมาว่าเป็นโรคดังกล่าวก็จะรีบตรวจสอบบุคคลใกล้ชิดเพื่อเฝ้าระวังต่อไป

ที่มา : ASTVผู้จัดการ