สถาบันวัคซีนเตือนพ่อแม่ผู้ปกครองนำบุตรหลานเข้ารับวัคซีนพื้นฐาน 8 ชนิดให้ครบถ้วนและต่อเนื่อง

                ดร.นพ.จรุง เมืองชนะ ผู้อำนวยการสถาบันวัคซีนแห่งชาติ ให้สัมภาษณ์ว่า การสร้างเสริมภูมิคุ้มกันโรคด้วยวัคซีน เป็นวิธีป้องกันโรคที่มีประสิทธิภาพสูง มีความคุ้มค่ามากที่สุด และมีค่าใช้จ่ายไม่สูงเมื่อเทียบกับค่าใช้จ่ายในการรักษาพยาบาล ประเทศต่าง ๆ ทั่วโลกรวมทั้งประเทศไทยได้นำวัคซีนมาใช้ในการสร้างเสริมภูมิคุ้มกันโรคและควบคุมโรคติดต่อที่เป็นปัญหาสาธารณสุขที่สำคัญได้ผลดียิ่ง เช่น วัณโรค คอตีบ ไอกรน บาดทะยัก ไวรัสตับอักเสบบี หัด หัดเยอรมัน คางทูม ไข้สมองอักเสบเจอี และ พิษสุนัขบ้า เป็นต้น
​                ดร.นพ.จรุง กล่าวต่อว่า เนื่องในโอกาสวันเสาร์ที่ 14 มกราคม เป็นวันเด็กแห่งชาติ จึงอยากย้ำเตือนให้พ่อแม่ผู้ปกครองนำบุตรหลานตั้งแต่แรกเกิดจนถึงอายุ 12 ปีเข้ารับวัคซีนพื้นฐาน 8 ชนิด ให้ครบถ้วนโดยไม่เสียค่าใช้จ่าย ประกอบด้วย วัคซีนวัณโรค (BCG) วัคซีนตับอักเสบบี (HB) วัคซีนรวมคอตีบ-บาดทะยัก-ไอกรน-ตับอักเสบบี (DTP-HB) วัคซีนโปลิโอ (OPV) วัคซีนรวมหัด-คางทูม-หัดเยอรมัน (MMR) วัคซีนไข้สมองอักเสบเจอี (JE) วัคซีนคอตีบ-บาดทะยัก-ไอกรน (DTP) และวัคซีนคอตีบ-บาดทะยัก (DT) โดยขอรับบริการได้ ณ สถานพยาบาลทุกแห่งในเครือข่ายของสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.) นอกจากนี้คณะกรรมการวัคซีนแห่งชาติยังได้เห็นชอบให้ สปสช. และกรมควบคุมโรค จัดซื้อวัคซีนป้องกันมะเร็งปากมดลูก (HPV) เพื่อให้บริการแก่นักเรียนหญิงอีก 4 แสนคนทั่วประเทศอีกด้วย
​                “เด็กและเยาวชนทุกคนล้วนเป็นอนาคตของชาติ ดังนั้นการสร้างเสริมภูมิคุ้มกันโรคและป้องกันโรคติดต่อด้วยวัคซีนพื้นฐานให้กับเด็กแรกเกิดต่อเนื่องไปจนถึงวัยเรียน เป็นเรื่องจำเป็นที่พ่อแม่ผู้ปกครองต้องเอาใจใส่และให้ความสำคัญ โดยวัคซีนบางชนิดต้องได้รับมากกว่า 1 ครั้ง จึงจะสามารถป้องกันโรคได้ ส่วนวัคซีนเสริมหรือวัคซีนทางเลือกขึ้นอยู่กับความสมัครใจและฐานะทางเศรษฐกิจ” ผอ.สถาบันวัคซีนแห่งชาติ ระบุ
ดร.นพ.จรุง กล่าวว่า เพื่อเป็นการบูรณาการแผนการการสร้างเสริมภูมิคุ้มกันโรค เมื่อวันที่ 20 ธันวาคม 2559 คณะรัฐมนตรีได้มีมติอนุมัติหลักการร่างพระราชบัญญัติความมั่นคงด้านวัคซีนแห่งชาติ พ.ศ. .... เพื่อให้สถาบันวัคซีนแห่งชาติเป็นหน่วยงานกลางในการบูรณาการและขับเคลื่อน กำหนดกลไกการบริหารจัดการความมั่นคงด้านวัคซีนให้เป็นรูปธรรม มีความต่อเนื่อง เป็นระบบ และเป็นเอกภาพ ตลอดจนเพื่อพัฒนาศักยภาพของประเทศทั้งในด้านการวิจัย การพัฒนา การผลิต และการจำหน่ายวัคซีน ตลอดจนการพัฒนาด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีชีวภาพ
​                ผอ.สถาบันวัคซีน กล่าวด้วยว่า แผนการสร้างเสริมภูมิคุ้มกันโรคในประเทศต่าง ๆ อาจแตกต่างกันขึ้นกับการพิจารณาของแต่ละประเทศเกี่ยวกับอุบัติการณ์ความรุนแรงของโรค ประสิทธิภาพของวัคซีน ราคาของวัคซีน และสถานการณ์โดยรวมของวัคซีนในประเทศ ดังนั้นในอนาคตแผนการสร้างเสริมภูมิคุ้มกันโรค อาจปรับปรุงเปลี่ยนแปลงได้โดยขยายเพิ่มชนิดของวัคซีน ขยายกลุ่มเป้าหมาย รวมทั้งปรับเปลี่ยนกำหนดการให้วัคซีน ทั้งนี้โดยพิจารณาปัจจัยต่างๆ อย่างเหมาะสม

ที่มา : ข่าวประชาสัมพันธ์