การสร้างเสริมภูมิคุ้มกันตลอดช่วงวัย

พญ.สุชาดา เจียมศิริ กองโรคป้องกันด้วยวัคซีน กรมควบคุมโรค กล่าวว่า แม้ในปัจจุบันภาครัฐจะมีการให้บริการวัคซีนป้องกันโรคบางชนิดโดยไม่เก็บค่าใช้จ่ายจากประชาชน แต่ประชาชนส่วนใหญ่กลับไม่ได้รับทราบข้อมูล ขณะที่โรงพยาบาลของรัฐก็ไม่มีจุดประชาสัมพันธ์ที่ชัดเจนเกี่ยวกับการให้บริการวัคซีนป้องกันโรค และบุคลากรของโรงพยาบาลก็ไม่มีข้อมูลในเรื่องนี้ จึงเป็นช่องว่างทำให้ประชาชนไม่ได้รับบริการด้านสุขภาพที่ครอบคลุม
แนวทางแก้ปัญหาเรื่องนี้ เบื้องต้นกรมควบคุมโรคได้ขยายการสร้างเสริมภูมิคุ้มกันโรคให้ครอบคลุมมากขึ้นใน 2 กลุ่ม ็คลากรของโรงจนเกี่ยวกับวัคซีนป้ไม่เก็บค่าใช้จ่ายจากประชาชน คือ 1.กลุ่มวัยทำงาน ให้ได้รับวัคซีนคอตีบและบาดทะยัก โดยกระตุ้นทุก 10 ปี ในคลินิกผู้ใหญ่ และ 2.กลุ่มหญิงตั้งครรภ์ โดยให้วัคซีนป้องกันโรคไข้หวัดใหญ่ตามฤดูกาลตลอดทั้งปี ขณะนี้ได้ดำเนินการนำร่องใน 4 จังหวัด ได้แก่ ขอนแก่น ชัยภูมิ เชียงใหม่ และนครศรีธรรมราช
สำหรับกลุ่มเสี่ยงอื่น ๆได้ร่วมมือกับสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.) ให้บริการวัคซีนป้องกันโรคไข้หวัดใหญ่ตามฤดูกาลฟรีในกลุ่มผู้สูงอายุ 65 ปีขึ้นไป หญิงตั้งครรภ์อายุครรภ์ 4 เดือนขึ้นไป เด็กอายุ 6 เดือนถึง 2 ปีทุกคน ผู้ที่เป็นโรคเรื้อรัง ได้แก่ โรคปอดอุดกั้นเรื้อรัง หอบหืด โรคหัวใจ หลอดเลือดสมอง ไตวาย ผู้ป่วยมะเร็งที่อยู่ระหว่างการได้รับเคมีบำบัด และเบาหวาน ผู้พิการทางสมองที่ช่วยเหลือตนเองไม่ได้ ธาลัสซีเมีย ผู้ที่มีภูมิคุ้มกันบกพร่อง และโรคอ้วน โดยในปี 2560 กำหนดรณรงค์ให้บริการวัคซีนไข้หวัดใหญ่แก่ประชาชน ระหว่างเดือนมิถุนายน–สิงหาคมนี้ด้วย
ล่าสุดในปีนี้กรมควบคุมโรคยังได้เตรียมจัดหาวัคซีนป้องกันมะเร็งปากมดลูก (เอชพีวี) ให้แก่นักเรียนหญิงชั้นประถมศึกษาปีที่ 5 ทุกคน สิ่งสำคัญคือ ขอให้ผู้ปกครองพาบุตรหลานไปรับวัคซีนพื้นฐานให้ครบตามช่วงอายุที่กำหนดโดยไม่เสียค่าใช้จ่ายใด ๆ ที่สถานพยาบาลรัฐใกล้บ้านทุกแห่ง 
ศ.นพ.ธีระพงษ์ ตัณฑวิเชียร นายกสมาคมโรคติดเชื้อแห่งประเทศไทย และผู้ช่วยผู้อำนวยการสถานเสาวภา สภากาชาดไทย ฝ่ายวิชาการ กล่าวว่า ปัจจุบันพบว่าอัตราการให้วัคซีนเพื่อป้องกันโรคในผู้ใหญ่และผู้สูงอายุในประเทศไทยยังอยู่ในอัตราที่ต่ำ ซึ่งอาจมีสาเหตุมาจากแพทย์และผู้สูงอายุไม่เข้าใจ ถึงความสำคัญของการป้องกันโรคที่มีความรุนแรงที่สามารถป้องกันได้ ดังนั้นการรณรงค์ให้ความรู้เกี่ยวกับการฉีดวัคซีนในผู้สูงอายุจึงเป็นเรื่องที่สำคัญ
วัคซีนที่จำเป็นสำหรับผู้สูงอายุ ได้แก่ วัคซีนงูสวัด ไข้หวัดใหญ่ ปอดบวม ซึ่งเป็น 3 โรคที่พบบ่อยในผู้สูงอายุ นอกจากนี้ยังมีวัคซีนบาดทะยัก คอตีบ ไอกรน ปัจจุบันพบว่าโรคบาดทะยัก คอตีบ ไอกรน พบในเด็กน้อยลง เนื่องจากเด็กไทยได้รับวัคซีนเหล่านี้ตั้งแต่แรกเกิด แต่กลับพบอุบัติการณ์ของโรคในผู้ใหญ่และผู้สูงอายุมากขึ้น อาจเป็นผลของภูมิคุ้มกันโรคที่เกิดจากการฉีดวัคซีนในวัยเด็กเริ่มลดลงเมื่อเวลาผ่านไป 
ประเทศต่างๆ ทั่วโลกต่างให้ความสำคัญในการฉีดวัคซีนแก่บุคคลอายุต่าง ๆ มากขึ้น แต่ในประเทศไทยอัตราการให้บริการในการฉีดวัคซีนแก่วัยรุ่นและผู้ใหญ่ตอนต้น ช่วงอายุ 9-26 ปี ยังอยู่ในเกณฑ์ต่ำ ทำให้คนกลุ่มวัยนี้มีความเสี่ยงติดโรคบางชนิดมากขึ้น โดยเฉพาะใน 3 โรคอันตรายที่มักจะเกิดในวัยรุ่น คือ โรคไข้เลือดออก ไอกรน และมะเร็งปากมดลูก
ดังนั้น คลินิกเสริมภูมิคุ้มกันและอายุรศาสตร์การท่องเที่ยว สถานเสาวภา สภากาชาดไทย จึงจัดโครงการ "Vaccines for Teens” เพื่อรณรงค์ให้ผู้อยู่ในวัยดังกล่าวฉีดวัคซีน 5 ชนิด ซึ่งป้องกันได้ทั้งหมด 9 โรคตามคำแนะนำการให้วัคซีนป้องกันโรค โดยราชวิทยาลัยอายุรแพทย์แห่งประเทศไทย  คือ 1.วัคซีนป้องกันไข้เลือดออก 2.วัคซีนป้องกันคอตีบ-ไอกรน-บาดทะยัก 3.วัคซีนป้องกันเอชพีวี 4.วัคซีนป้องกันหัด หัดเยอรมัน คางทูม และ 5.วัคซีนป้องกันอีสุกอีใส เพื่อเพิ่มภูมิคุ้มกันและลดภาระค่าใช้จ่ายด้านสาธารณสุขของประเทศด้วย
พญ.พรรณพิศ สุวรรณกูล ผอ.อาวุโส แผนกควบคุมโรคติดเชื้อ รพ.กรุงเทพ กล่าวว่า โรงพยาบาลเอกชนได้เข้ามาเสริมช่องว่างของโรงพยาบาลรัฐในการประชาสัมพันธ์สร้างเข้าใจแก่ประชาชนในการเข้าถึงวัคซีนทุกรูปแบบ อาทิ แผ่นพับ ข้อความประชาสัมพันธ์ และบุคลากรของโรงพยาบาล รวมถึงการเปิดให้บริการในลักษณะคลินิควัคซีน แต่ยังพบว่ามีผู้มาใช้บริการไม่มาก เนื่องจากการขาดความเข้าใจและไม่มั่นใจในประสิทธิภาพของวัคซีน ในส่วนของโรงพยาบาลกรุงเทพ ได้จัดอบรมให้ความรู้แก่บุคลากร และฉีดวัคซีนให้ฟรีแก่บุคลากรและครอบครัว เพื่อให้เกิดความมั่นใจแล้วไปบอกต่อเพื่อสร้างความเข้าใจแก่ผู้มาขอคำปรึกษา หรือขอรับบริการวัคซีน
โดยทั่วไปคนส่วนใหญ่มักจะเข้าใจว่า ในช่วงวัยเด็กหากฉีดวัคซีนครบแล้ว เมื่อถึงวัยผู้ใหญ่ก็ไม่จำเป็นต้องฉีดวัคซีนซ้ำอีก เพราะร่างกายมีภูมิคุ้มกันโรคอยู่แล้ว แต่ในความเป็นจริงวัคซีนหลายชนิดที่เคยฉีดในวัยเด็กนั้น ไม่สามารถป้องกันโรคได้ตลอดชีวิต เพราะภูมิคุ้มกันโรคจากวัคซีนที่ฉีดนั้นจะเสื่อมลงไปตามอายุที่มากขึ้น
ดังนั้นถึงแม้จะอยู่ในวัยผู้ใหญ่แล้วก็ตาม ก็ยังจำเป็นต้องได้รับวัคซีน โดยเฉพาะผู้สูงอายุ หรือผู้ที่มีโรคประจำตัวเรื้อรัง ที่มีโอกาสเสี่ยงต่อการป่วยเป็นโรคติดเชื้อได้ง่าย เพราะนอกจากจะช่วยป้องกันการติดเชื้อได้แล้ว ยังช่วยลดโอกาสการเข้ารักษาตัวในโรงพยาบาล ไม่ให้เสียค่ารักษาพยาบาลเป็นจำนวนมากแล้ว ยังช่วยลดอัตราการเสียชีวิตที่เกิดจากการติดเชื้อได้อีกด้วย
เป็นบทสรุปจากการสัมมนา “การสร้างเสริมภูมิคุ้มกันตลอดช่วงวัย” ในการประชุมวิชาการวัคซีนแห่งชาติ ครั้งที่ 8 จัดโดย สถาบันวัคซีนแห่งชาติ ระหว่างวันที่ 19-22 กรกฎาคม 2560 ที่โรงแรม เดอะ เบอร์เคลีย์ โฮเต็ล ประตูน้ำ กรุงเทพมหานคร. 
ข้อมูลจาก : หนังสือพิมพ์มติชน