เจ้าหน้าที่สถาบันวัคซีนแห่งชาติ เข้าอบรมเชิงปฏิบัติการ “Education Couse for OECD GLP training” พร้อมเข้าชมศูนย์วิจัยไพรเมทแห่งชาติ จ.สระบุรี

        สถาบันวัคซีนแห่งชาติ (องค์การมหาชน) นำเจ้าหน้าที่เข้าอบรมเชิงปฏิบัติการ “Education Couse for OECD GLP training”  ระหว่างวันที่ 1 – 3 พฤศจิกายน 2560 ณ ศูนย์สัตว์ทดลอง มหาวิทยาลัยนเรศวร มีผู้เข้าร่วมจากหน่วยงานภายนอกและบุคลากรของมหาวิทยาลัยที่สนใจ จำนวนรวม 80 คน โดยมี รองศาสตราจารย์ ดร.รัตติมา จีนาพงษา
รองอธิการบดี มหาวิทยาลัยนเรศวร เป็นประธานเปิดการฝึกอบรมและกล่าวต้อนรับวิทยากร ซึ่งเป็นผู้เชี่ยวชาญ จากบริษัท Chemon Inc. จากประเทศเกาหลีใต้ มาบรรยายและฝึกปฏิบัติการเกี่ยวกับการดำเนินงานในระบบคุณภาพตามหลักการของ Organization for Economic Co-operation and Development (OECD) เรื่อง Principles of Good Laboratory Practice (GLP) เพื่อเพิ่มพูนความรู้ ความเข้าใจในหลักการที่เป็นระบบคุณภาพในระดับสากลนี้ และเพื่อพัฒนาบุคลากรให้มีความรู้และเชี่ยวชาญในการทดสอบที่จำเป็นและขาดแคลน ต่อมาวันที่ 4 พฤศจิกายน 2560 ที่ผ่านมา ดร.นพ.จรุง  เมืองชนะ ผู้อำนวยการสถาบันวัคซีนแห่งชาติ พร้อมด้วยคณะผู้เชี่ยวชาญจากบริษัท Chemon Inc.ประเทศเกาหลีใต้ เข้าเยี่ยมชมศูนย์วิจัยไพรเมทแห่งชาติ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย อ.แก่งคอย จ.สระบุรี   
       สำหรับความเป็นมาของศูนย์วิจัยแห่งนี้นั้น ถือเป็นศูนย์วิจัยสัตว์ทดลองขนาดใหญ่แห่งแรกของประเทศไทย สำหรับผลิตสัตว์กลุ่มลิง คือ ลิงแสมไทย ลิงวอก และลิงมาร์โมเส็ท เพื่อใช้ในการทดสอบ วิจัย และพัฒนาวัคซีนและยาเพื่อแก้ไขปัญหาโรคเขตร้อน โรคประจำถิ่น โรคอุบัติใหม่ และโรคอุบัติซ้ำในประเทศไทย จากเดิมที่นักวิจัยไทยต้องไปใช้บริการในต่างประเทศ ซึ่งเสียค่าใช้จ่ายสูง โดยได้รับการสนับสนุนโครงการลงทุนภายใต้แผนปฏัติการไทยเข้มแข็ง ในปีงบประมาณ 2554 โดยเป้าหมายของศูนย์ฯ นั้น แบ่งเป็น 3 ด้าน คือ
1.การวิจัยและทดสอบ เพื่อเป็นศูนย์กลางการศึกษาวิจัย เกี่ยวกับสัตว์ไพรเมทของประเทศไทย ให้บริการในส่วนงานวิจัยของศูนย์และงานวิจัยของหน่วยงานภายนอก
2. ศูนย์ข้อมูลสัตว์ไพรเมท และพิพิธภัณฑ์เพื่อเป็นแหล่งข้อมูลและอ้างอิง เกี่ยวกับสัตว์ไพรเมทของเขตภูมิภาคเอเชีย
3. การผลิตสัตว์ไพรเมท เพื่อผลิตให้หน่วยงานทั้งภายในและต่างประเทศ
       ด้าน ศ.ดร.สุจินดา  มาลัยวิจิตรนนท์ ผู้อำนวยการศูนย์วิจัยไพรเมทแห่งชาติ กล่าวว่า การจัดตั้งศูนย์วิจัยไพรเมทแห่งชาตินี้ นอกจากจะทำให้ประเทศไทยสามารถพึ่งพาตนเองได้ในด้านการผลิตยาและวัคซีนแล้วยังสามารถรองรับงานทดสอบและวิจัยต่าง ๆ จากประเทศอื่น โดยเฉพาะประเทศในกลุ่มประชาคมเศรษฐกิจอาเซียนที่มีฐานเศรษฐกิจที่ดี มีงบประมาณเพียงพอ แต่ขาดผู้เชี่ยวชาญด้านนี้และไม่สามารถก่อตั้งศูนย์วิจัยไพรเมทในประเทศของตนเองได้ เช่น สิงคโปร์ มาเลเซีย และเวียดนาม นอกจากนี้การจัดตั้งศูนย์ฯ ยังสอดรับกับ “วาระแห่งชาติด้านวัคซีน” เพื่อรองรับการผลิตวัคซีนเพื่อใช้เองในประเทศ ภายในระยะเวลา 10 ปี (2554-2563) จำนวน 7 ชนิด ได้แก่ วัคซีนโรคคอตีบ บาดทะยัก ไอกรน ตับอักเสบบี วัณโรค ไข้สมองอักเสบเจอี และไข้เลือดออก   นอกจากนี้ประเทศไทยสามารถผลิตสัตว์ทดลองกลุ่มไพรเมทที่ได้คุณภาพทั้งด้านสุขภาพและพันธุกรรมที่สามารถรองรับงานวิจัยทางชีวภาพการแพทย์ทั้งในระดับชาติและนานาชาติตามมาตรฐานสากลได้
 


แหล่งข้อมูล : ศูนย์สัตว์ทดลอง มหาวิทยาลัยนเรศวร, ศูนย์วิจัยไพรเมทแห่งชาติ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
ภาพ : ศูนย์สัตว์ทดลอง มหาวิทยาลัยนเรศวร , พาฝัน  พลเยี่ยม
ที่มา : สถาบันวัคซีนแห่งชาติ (องค์การมหาชน)