4 พ.ย. 2561จุฬา ฯ เปิดศูนย์วิจัยไพรเมทแห่งชาติอย่างเป็นทางการ

         เมื่อเวลา 10.00 น. วานนี้ ที่ศูนย์วิจัยไพรเมทแห่งชาติ (จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย) อ.แก่งคอย จ.สระบุรี ศาสตราจารย์กิตติคุณ นายแพทย์ ภิรมย์ กมลรัตนกุล นายกสภาจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เป็นประธาน
ในพิธีเปิดศูนย์วิจัยไพรเมทแห่งชาติ (จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย) อย่างเป็นทางการ โดยมีผู้เชี่ยวชาญ นักวิจัยจากหน่วยงานเครือข่ายทั้งในและต่างประเทศเข้าร่วมกว่า 100 คน ภายในงานมีการจัดแสดงนิทรรศการ
จากหน่วยงานต่างๆ  ซึ่งสถาบันวัคซีนแห่งชาติเข้าร่วมจัดแสดงด้วย
         ศูนย์วิจัยแห่งนี้เป็นศูนย์วิจัยสัตว์ทดลองขนาดใหญ่แห่งแรกของประเทศไทย สำหรับผลิตสัตว์กลุ่มลิง
คือ ลิงแสมไทย ลิงวอก และลิงมาร์โมเสท เพื่อใช้ในการทดสอบ วิจัย และพัฒนาวัคซีนและยาเพื่อแก้ไขปัญหาโรคเขตร้อน โรคประจำถิ่น โรคอุบัติใหม่ และโรคอุบัติซ้ำในประเทศไทย จากเดิมที่นักวิจัยไทยต้องไปใช้บริการในต่างประเทศ ซึ่งเสียค่าใช้จ่ายสูง โดยได้รับการสนับสนุนโครงการลงทุนภายใต้แผนปฏิบัติการไทยเข้มแข็ง ในปีงบประมาณ 2554 โดยเป้าหมายของศูนย์ฯ นั้น แบ่งเป็น 3 ด้าน คือ 1.การวิจัยและทดสอบ เพื่อ
เป็นศูนย์กลางการศึกษาวิจัย เกี่ยวกับสัตว์ไพรเมทของประเทศไทย ให้บริการในส่วนงานวิจัยของศูนย์และงานวิจัยของหน่วยงานภายนอก  2. ศูนย์ข้อมูลสัตว์ไพรเมท และพิพิธภัณฑ์เพื่อเป็นแหล่งข้อมูลและอ้างอิง เกี่ยวกับสัตว์ไพรเมทของเขตภูมิภาคเอเชียและ3. การผลิตสัตว์ไพรเมท เพื่อผลิตให้หน่วยงานทั้งภายในและต่างประเทศ
             ด้าน ศ.ดร.สุจินดา  มาลัยวิจิตรนนท์ ผู้อำนวยการศูนย์วิจัยไพรเมทแห่งชาติ กล่าวว่า  “ในการเปิดศูนย์อย่างเป็นทางการในครั้งนี้ เพื่อแสดงศักยภาพและความพร้อมของศูนย์ในการรองรับบริการงานวิจัย
โดยในขณะนี้ศูนย์มีอาคารเลี้ยงลิงแบบกึ่งเปิดขนาดเล็ก 2 หลัง ที่สามารถจุลิงแสมได้ประมาณ 200 ตัว และอาคารเลี้ยงลิงแบบกึ่งเปิดขนาดใหญ่ 2 หลัง ที่สามารถจุลิงแสมได้ประมาณ 1,200 ตัว โดยลิงแสมที่เลี้ยงอยู่ในศูนย์เป็นลิงแสมที่มีถิ่นกำเนิดในประเทศไทย และเป็นลิงที่จับมาจากการแก้ปัญหากรณีพิพาทระหว่างคนและลิง ซึ่งทำให้เกิดประโยชน์สองต่อต่อประเทศ คือ เป็นการลดปัญหาให้กับชุมชนและการพัฒนางานวิจัย นอกจากนี้ศูนย์ยังมีอาคารวิจัยที่สามารถรองรับงานวิจัยโรคไม่ติดเชื้อ (ระดับ animal biosafety level 1)
เช่น โรคกระดูกพรุน โรคความจำเสื่อม และ โรคเบาหวาน และงานวิจัยโรคติดเชื้อ (ระดับ animal biosafety level 2) เช่น โรคไข้เลือดออก และซิกา โดยในปี พ.ศ. 2561 นี้ ศูนย์ได้ยื่นขอรับการรับรองมาตรฐานสากล AAALAC International ในการดูแลและเลี้ยงสัตว์ทดลองแล้ว และมีแผนที่จะยื่นขอรับการรับรองมาตรฐานสากล Good Laboratory Practice (GLP) ของห้องปฏิบัติการในปี พ.ศ. 2562-2563 นี้”
        การจัดตั้งศูนย์วิจัยไพรเมทแห่งชาตินี้ นอกจากจะทำให้ประเทศไทยสามารถพึ่งพาตนเองได้ในด้านการผลิตยาและวัคซีนแล้วยังสามารถรองรับงานทดสอบและวิจัยต่าง ๆ จากประเทศอื่น โดยเฉพาะประเทศในกลุ่มประชาคมเศรษฐกิจอาเซียนที่มีฐานเศรษฐกิจที่ดี มีงบประมาณเพียงพอ แต่ขาดผู้เชี่ยวชาญด้านนี้และไม่สามารถก่อตั้งศูนย์วิจัยไพรเมทในประเทศของตนเองได้ เช่น สิงคโปร์ มาเลเซีย และเวียดนาม นอกจากนี้การจัดตั้งศูนย์ฯ ยังสอดรับกับ “วาระแห่งชาติด้านวัคซีน” เพื่อรองรับการผลิตวัคซีนเพื่อใช้เองในประเทศ ภายในระยะเวลา 10 ปี (2554-2563) จำนวน 7 ชนิด ได้แก่ วัคซีนโรคคอตีบ บาดทะยัก ไอกรน ตับอักเสบบี วัณโรค ไข้สมองอักเสบเจอี และไข้เลือดออก   ทั้งนี้ประเทศไทยสามารถผลิตสัตว์ทดลองกลุ่มไพรเมทที่ได้คุณภาพทั้งด้านสุขภาพและพันธุกรรมที่สามารถรองรับงานวิจัยทางชีวภาพการแพทย์ทั้งในระดับชาติและนานาชาติ
ตามมาตรฐานสากลได้
ที่มา : ศูนย์วิจัยไพรเมทแห่งชาติและบทสัมภาษณ์บางส่วนจากเดลินิวส์ออนไลน์
ภาพ : ฝ่ายประชาสัมพันธ์ สำนักบริหารยุทธศาสตร์
วันที่ : 05/114/61