“บอร์ดวัคซีนชาติ” ตั้งเป้า “ประชาชนทุกคนในประเทศไทย” ได้รับวัคซีนอย่างครอบคลุมเหมาะสม

>>> เมื่อวันที่ 19 เม.ย. 62 ที่ผ่านมา ที่กรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข พลเอกฉัตรชัย สาริกัลยะ 
รองนายกรัฐมนตรี ในฐานะประธานกรรมการวัคซีนแห่งชาติ เปิดเผยภายหลังการประชุมคณะกรรมการวัคซีนแห่งชาติว่า ที่ประชุมได้พิจารณาร่างนโยบายและแผนยุทธศาสตร์ความมั่นคงด้านวัคซีนแห่งชาติ 
พ.ศ. 2563 – 2565 ตามที่สถาบันวัคซีนแห่งชาตินำเสนอ ซึ่งนโยบายและแผนยุทธศาสตร์นี้จะใช้เป็น
แนวทางขับเคลื่อนการพัฒนาสู่ความมั่นคงด้านวัคซีนได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยมีเป้าหมายเพื่อให้ประชาชนทุกคนในประเทศไทยได้รับวัคซีนอย่างครอบคลุม เหมาะสม ประเทศไทยมีวัคซีนที่จำเป็นใช้อย่างเพียงพอทั้งในภาวะปกติและภาวะฉุกเฉิน และสามารถผลิตวัคซีนที่จำเป็นสำหรับใช้ป้องกันโรคที่เป็นปัญหาสาธารณสุขของประเทศ เพื่อทดแทนการนำเข้า รวมทั้งพัฒนาองค์กรด้านวัคซีน และบูรณาการความร่วมมือและศักยภาพของหน่วยงานที่เกี่ยวข้องจากทุกภาคส่วน
>>>พลเอกฉัตรชัย กล่าวว่า การแพร่ระบาดของโรคติดต่อที่ป้องกันได้ด้วยวัคซีน ต้องยอมรับว่าส่วนหนึ่งเกิดจากชุมชนที่มีแรงงานต่างด้าว เด็กต่างด้าว และกลุ่มชาติพันธุ์ที่อาศัยในพื้นที่ชายขอบซึ่งไม่ได้รับวัคซีนพื้นฐานจากรัฐ แม้ว่ากระทรวงสาธารณสุขมีแผนดำเนินงานให้บริการวัคซีนกับกลุ่มดังกล่าว แต่ด้วยข้อจำกัดทางกฎหมายและงบประมาณทำให้ไม่สามารถให้บริการได้อย่างครอบคลุม ซึ่งการที่ร่างนโยบายและแผนยุทธศาสตร์ความมั่นคงแห่งชาติ กำหนดเป้าหมายให้ “ประชาชนทุกคนในประเทศไทย ได้รับวัคซีนอย่างเหมาะสม ครอบคลุม” เป็นการยกระดับการแก้ปัญหาเพื่อให้หน่วยงานต่าง ๆ มาช่วยกันวางแนวทางและแผนงานในการควบคุมป้องกันโรคด้วยวัคซีนให้คลอบคลุมประชากรทุกกลุ่มอย่างเป็นระบบ
พลเอกฉัตรชัย กล่าวด้วยว่า การสร้างความมั่นคงทางวัคซีนเราไม่ได้เน้นวัคซีนที่ใช้ป้องกันโรคในคนเท่านั้น แต่วัคซีนป้องกันโรคในสัตว์อยู่ในกรอบที่กรรมการวัคซีนแห่งชาติต้องให้ความสำคัญ ซึ่งโรคติดต่อหลายโรคเกิดการติดเชื้อจากสัตว์สู่คน รวมทั้งเทคโนโลยีปัจจุบันได้พัฒนาในส่วนการให้วัคซีนแก่สัตว์ในฟาร์มเพื่อใช้ทดแทนยาปฏิชีวนะ ที่ประชุมคณะกรรมการวัคซีนแห่งชาติจึงมอบให้สถาบันวัคซีนแห่งชาติ นำข้อเสนอและข้อสังเกตจากที่ประชุมไปจัดทำรายละเอียดและนำเสนอคณะกรรมการวัคซีนแห่งชาติพิจารณาอีกครั้งในเดือน พ.ค. นี้ 
>>>รองนายกรัฐมนตรี ในฐานะประธานคณะกรรมการวัคซีนแห่งชาติ กล่าวด้วยว่า นอกจากนี้ที่ประชุมยังได้รับทราบถึงความก้าวหน้าในการบริหารจัดการเพื่อสร้างความมั่นคงทางวัคซีนให้กับประเทศ อาทิ การปรับปรุงกลไกการพิจารณาการนำวัคซีนใหม่มาใช้ในแผนงานสร้างเสริมภูมิคุ้มกันโรคโดยให้มีคณะอนุกรรมการการพัฒนาบัญชีวัคซีนหลักแห่งชาติ ซึ่งแต่งตั้งภายใต้คณะกรรมการพัฒนาระบบยาแห่งชาติ โครงการนำร่อง (Pilot project) การบูรณาการการจัดซื้อและการสำรองวัคซีนรูปแบบใหม่โดยสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.) รวมถึงการบรรจุวัคซีนฮิบและวัคซีนโรต้าเข้าสู่แผนงานสร้างเสริมภูมิคุ้มกันโรคด้วยวัคซีนของกระทรวงสาธารณสุขในปีงบประมาณ พ.ศ.2562 และ พ.ศ. 2563 
>>>นพ.นคร เปรมศรี ผู้อำนวยการสถาบันวัคซีนแห่งชาติ (สวช.) กล่าวว่า สถาบันวัคซีนแห่งชาติในฐานะเลขานุการคณะกรรมการวัคซีนแห่งชาติจะรับข้อเสนอและข้อสังเกตจากคณะกรรมการวัคซีนแห่งชาติเพื่อนำไปขับเคลื่อน และสนับสนุน/ส่งเสริมให้เกิดการประสานความร่วมมือในการดำเนินงานด้านวัคซีนของประเทศ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพกลไกรับผิดชอบการขับเคลื่อนนโยบายและแผนยุทธศาสตร์ความมั่นคงด้านวัคซีนแห่งชาติฯ ให้เกิดผลอย่างเป็นรูปธรรมต่อไป

ที่มา : ประชุมวิชาการวัคซีนแห่งชาติครั้งที่ 1/2562 สถาบันวัคซีนแห่งชาติ
ภาพ : ธนศักดิ์ สุริยาทรงศักดิ์
วันที่ :20/04/62