ข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับสถาบันวัคซีนแห่งชาติ

สานฝัน รวมใจ ร่วมพัฒนาวัคซีนไทย เป็นหน่วยงานกลาง ในการประสาน ผลักดัน และขับเคลื่อนการพัฒนา เพื่อการพึ่งตนเองด้านวัคซีนของประเทศไทย

เป็นหน่วยงานกลางที่ได้รับความเชื่อถือจากทุกภาคส่วนในการสรรสร้างและขับเคลื่อนการพัฒนาเพื่อให้ประเทศสามารถพึ่งตนเองได้ในด้านวัคซีน

1) พัฒนาสถาบันให้เป็นองค์กรสมรรถนะสูงในการบริหารจัดการนโยบายและยุทธศาสตร์วัคซีนแห่งชาติและภารกิจด้านวัคซีนของประเทศให้เกิดผลสัมฤทธิ์สูงสุด
2) ส่งเสริมการพัฒนาศักยภาพบุคลากรและโครงสร้างพื้นฐานในการพัฒนาวัคซีนอย่างครบวงจรและได้มาตรฐานสากล
3) เสริมสร้างเครือข่ายความร่วมมือระหว่างประเทศและผู้เชี่ยวชาญด้านวัคซีนทั้งในประเทศและนานาชาติ
4) พัฒนาองค์ความรู้และบริหารจัดการข้อมูลข่าวสารด้านวัคซีนของประเทศ

1. ตั้งสำนักงานคณะกรรมการวัคซีนแห่งชาติ ในปี พ.ศ. 2550
               สืบเนื่องจากการที่ได้มีการแต่งตั้งคณะกรรมการวัคซีนแห่งชาติ ตามมติคณะรัฐมนตรี เมื่อวันที่ 10 เมษายน 2544 โดยมีรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุขเป็นประธาน มีอำนาจหน้าที่สำคัญในการกำหนดนโยบายในด้านการพัฒนางานวัคซีนและการสร้างเสริมภูมิคุ้มกันโรคของประเทศ ทั้งนี้ เพื่อให้การดำเนินงานของคณะกรรมการวัคซีนแห่งชาติเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ กระทรวงสาธารณสุขจึงมีคำสั่งตั้งสำนักงานเลขานุการคณะกรรมการวัคซีนแห่งชาติ ตามคำสั่งกระทรวงสาธารณสุขที่ 857/2545 ลงวันที่ 3 ตุลาคม 2545 เพื่อทำหน้าที่สนับสนุนอำนวยความสะดวกในการจัดประชุม และประสานติดตามงานตามมติคณะกรรมการวัคซีนแห่งชาติและคณะอนุกรรมการที่เกี่ยวข้อง

               ต่อมาคณะกรรมการวัคซีนแห่งชาติ โดยคณะอนุกรรมการทั้งสี่คณะได้แก่ คณะอนุกรรมการส่งเสริมการวิจัยและพัฒนาวัคซีน คณะอนุกรรมการส่งเสริมการผลิตวัคซีนในประเทศ คณะอนุกรรมการพัฒนาระบบการประกันและควบคุมคุณภาพวัคซีน และคณะอนุกรรมการสร้างเสริมภูมิคุ้มกันโรค ได้จัดทำนโยบายและแผนยุทธศาสตร์วัคซีนแห่งชาติ เพื่อขอความเห็นชอบต่อคณะรัฐมนตรี เมื่อวันที่ 10 มิถุนายน 2548 และได้รับความเห็นชอบเมื่อวันที่ 9 สิงหาคม 2548
     
               นโยบายและแผนยุทธศาสตร์วัคซีนแห่งชาติ กำหนดให้มีการจัดตั้งหน่วยงานกลางที่มีความสามารถและคล่องตัว ทำหน้าที่ประสานงานและส่งเสริมความร่วมมือระหว่างหน่วยงานภาครัฐและเอกชนทั้งในประเทศและระหว่างประเทศที่เกี่ยวข้องกับวัคซีนอย่างครบวงจร คณะกรรมการวัคซีนแห่งชาติจึงมอบหมายให้สำนักงานเลขานุการคณะกรรมการวัคซีนแห่งชาติหารือกับประธานและเลขานุการอนุกรรมการทั้งสี่คณะ รวมทั้งผู้เชี่ยวชาญที่เกี่ยวข้องจัดทำร่างเบื้องต้นของพระราชกฤษฎีกาจัดตั้งสถาบันวัคซีนแห่งชาติ (องค์การมหาชน) พ.ศ. .... เสนอต่อคณะกรรมการฯ เพื่อพิจารณาในการประชุมคณะกรรมการฯ ครั้งที่ 1/2549 เมื่อวันที่ 27 มีนาคม 2549 ซึ่งที่ประชุมได้พิจารณาปรับแก้ในหลายมาตรา และให้เร่งนำเสนอต่อคณะรัฐมนตรีเพื่อพิจารณา

               และเมื่อวันที่ 28 กันยายน 2549 สำนักเลขาธิการคณะรัฐมนตรี ได้ส่งร่างพระราชกฤษฎีกาจัดตั้งสถาบันวัคซีนแห่งชาติ (องค์การมหาชน) พ.ศ. .... คืนมายังกระทรวงสาธารณสุข พร้อมทั้งความเห็นจากหน่วยงานต่างๆ ที่เกี่ยวข้อง เพื่อให้พิจารณาทบทวนอีกครั้งหนึ่ง หนึ่งในหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง คือ สำนักงาน ก.พ.ร. เห็นว่าไม่ควรเป็นองค์การมหาชน และให้ข้อแนะนำ ดังนี้

               - ด้านการผลิต ควรสร้างความเข้มแข็งให้องค์การเภสัชกรรม สำหรับอุปสรรคด้านการเงิน และการบริหารที่ไม่คล่องตัว สำนักงาน ก.พ.ร. เสนอแนะให้ทำโครงการพิเศษขอการสนับสนุนจากรัฐบาล โดยงดส่งรายได้เข้ากระทรวงการคลัง สำหรับการบริหารที่ไม่คล่องตัวเสนอให้จัดตั้งบริษัทลูกขึ้นดำเนินการ

               - ด้านการประสานนโยบายและแผนยุทธศาสตร์วัคซีนแห่งชาติ กระทรวงสาธารณสุขมีอำนาจเต็มที่ในการดำเนินการดังกล่าว ควรตั้งหน่วยราชการขึ้นดำเนินการภายในกระทรวงฯ

               คณะกรรมการวัคซีนแห่งชาติจึงมีมติในการประชุมครั้งที่ 1/2550 เมื่อวันที่ 24 มกราคม 2550 ให้ฝ่ายเลขานุการประสานงานเพื่อจัดตั้งสำนักงานคณะกรรมการวัคซีนแห่งชาติเป็นหน่วยงานขึ้นกับกระทรวงสาธารณสุข โดยให้กำหนดบทบาทหน้าที่ให้ชัดเจน และจัดให้มีบุคลากรที่เหมาะสมทำงานเต็มเวลา มีที่ตั้งสำนักงานภายในกระทรวงฯ และกระทรวงฯ จะจัดหางบประมาณให้สำหรับปีงบประมาณ 2550-2551 ให้เร่งดำเนินการ และรายงานความคืบหน้าให้ที่ประชุมทราบในการประชุมครั้งต่อไปภายในเวลา 1 เดือน และให้สำนักงานฯ ดำเนินการร่างพระราชบัญญัติสถาบันวัคซีนแห่งชาติเสนอคณะรัฐมนตรีและสภานิติบัญญัติแห่งชาติต่อไป

               กรมควบคุมโรคจึงมีคำสั่งที่ 266/2550 เรื่องตั้งสำนักงานคณะกรรมการวัคซีนแห่งชาติ เป็นการภายใน สังกัดกรมควบคุมโรค ลงวันที่ 21 มีนาคม 2550 โดยมีสถานที่ตั้ง ณ อาคาร 4 ชั้น 2 กรมควบคุมโรค
      
บทบาทหน้าที่ของสำนักงานคณะกรรมการวัคซีนแห่งชาติ
               1) ประสานงาน ติดตามและประเมินผลการดำเนินงานตามนโยบายและแผนยุทธศาสตร์วัคซีนแห่งชาติ ทั้งด้านการส่งเสริมการวิจัยและพัฒนาวัคซีน การส่งเสริมการผลิตวัคซีนในประเทศ การพัฒนาระบบการประกันและควบคุมคุณภาพวัคซีน การสร้างเสริมภูมิคุ้มกันโรค รวมทั้งการพัฒนาบุคลากรด้านวัคซีน และนำเสนอผลการดำเนินงานตามต่อคณะกรรมการวัคซีนแห่งชาติและคณะอนุกรรมการที่เกี่ยวข้อง  
               2) ปฏิบัติงานในฐานะฝ่ายเลขานุการของคณะกรรมการวัคซีนแห่งชาติ ได้แก่ การจัดทำวาระการประชุม และเอกสารประกอบการประชุม สนับสนุนและอำนวยความสะดวกในการจัดประชุม แก่คณะกรรมการวัคซีนแห่งชาติ คณะอนุกรรมการ และคณะทำงานที่เกี่ยวข้อง และประสานติดตามการดำเนินงานตามมติของคณะกรรมการฯ
               3) ดำเนินการเพื่อจัดตั้งหน่วยงานกลางของประเทศ ซึ่งทำหน้าที่ประสานงานพหุภาคี และสนับสนุนการดำเนินงานตามนโยบายและแผนยุทธศาสตร์วัคซีนแห่งชาติในระยะยาว 

2. ยกระดับเป็นเป็นสถาบันวัคซีนแห่งชาติ ในปี พ.ศ. 2553
               สำนักงานคณะกรรมการวัคซีนแห่งชาติ ได้ดำเนินการจัดตั้งหน่วยงานกลางด้านวัคซีนของประเทศตามบทบาทหน้าที่ในข้อ 3 โดยการยกร่างพระราชบัญญัติสถาบันวัคซีนแห่งชาติ พ.ศ. .... อย่างไรก็ตามเป็นที่ทราบกันดีว่า การเสนอกฎหมายโดยการตราเป็นพระราชบัญญัติมักจะใช้ระยะเวลาพิจารณาจากทั้งสภาผู้แทนราษฎรและวุฒิสภาเป็นเวลานาน ซึ่งจะส่งผลให้การพัฒนางานด้านวัคซีนของประเทศไม่ทันต่อสถานการณ์และสภาพปัญหา คณะกรรมการวัคซีนแห่งชาติจึงมีมติให้ยกร่างระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรีว่าด้วยการขับเคลื่อนนโยบายและแผนยุทธศาสตร์วัคซีนแห่งชาติ พ.ศ. .... และให้มีการจัดตั้งสถาบันวัคซีนแห่งชาติขึ้น เพื่อทำหน้าที่ประสานพหุภาคี ติดตามการดำเนินงานตามนโยบายและแผนยุทธศาสตร์ฯ ตลอดจนบริหารจัดการการวิจัยพัฒนาและการผลิตวัคซีนของประเทศให้มีประสิทธิภาพ และคณะรัฐมนตรีได้มีมติเห็นชอบในหลักการเมื่อวันที่ 30 พฤศจิกายน 2553 ที่ผ่านมา

               กรมควบคุมโรคจึงจัดพิธีเปิดป้าย “สถาบันวัคซีนแห่งชาติ” ขึ้น เมื่อวันที่ 17 ธันวาคม 2553 โดยมีรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ เป็นประธาน ทั้งนี้ได้จัดพิธีลงนามในโครงการความร่วมมือระหว่างกรมควบคุมโรคและมหาวิทยาลัยมหิดล เพื่อพัฒนาวัคซีนเดงกี่ด้วย

               สถาบันวัคซีนแห่งชาติภายใต้ระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรีฯ มีหน้าที่สำคัญในการจัดทำนโยบายและแผนยุทธศาสตร์ ประสาน ส่งเสริม สนับสนุนการดำเนินงาน และจัดหาแหล่งทุนให้แก่หน่วยงานเครือข่าย บริหารจัดการความรู้ ข้อมูลข่าวสารและฐานข้อมูล สร้างความร่วมมือระหว่างหน่วยงานและผู้เชี่ยวชาญทั้งในประเทศและนานาชาติ ตลอดจนติดตามความก้าวหน้าของการดำเนินงานอย่างต่อเนื่อง โดยมีคณะกรรมการวัคซีนแห่งชาติ และคณะกรรมการบริหารสถาบันฯ ทำหน้าที่กำหนดนโยบายและกำกับดูแลให้การพัฒนาวัคซีนบรรลุวัตถุประสงค์ คือประเทศสามารถพึ่งตนเองได้ด้านวัคซีนอย่างยั่งยืน 

3. จัดตั้ง สถาบันวัคซีนแห่งชาติ (องค์การมหาชน)
               พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช มีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ ให้ประกาศว่า โดยที่เป็นการสมควรจัดตั้งสถาบันวัคซีนแห่งชาติขึ้นเป็นองค์การมหาชนตามกฎหมายว่าด้วยองค์การมหาชน ให้จัดตั้งองค์การมหาชนขึ้น เรียกว่า "สถาบันวัคซีนแห่งชาติ (องค์การมหาชน)" เรียกโดยย่อว่า "สวช" และชื่อภาษาอังกฤษว่า "National Vaccine Institute (Public Organization)" เรียกโดยย่อว่า "NVI"

วัตถุประสงค์
               1) บริหารจัดการเพื่อการบูรณาการและขับเคลื่อนการดำเนินการตามนโยบาย
               2) ส่งเสริมและสนับสนุนการวิจัยพัฒนาและการผลิตวัคซีนให้มีคุณภาพและมีปริมาณเพียงพอสำหรับที่จะใช้ในสถานการณ์ปกติ และสถานการณ์ฉุกเฉิน
               3) ศึกษา วิเคราะห์ และจัดทำร่างนโยบายและแผนยุทธศาสตร์วัคซีนแห่งชาติเพื่อเสนอต่อคณะกรรมการวัคซีนแห่งชาติ
               4) สร้างเครือข่ายผู้เชี่ยวชาญด้านวัคซีน และประสานความร่วมมือระหว่างหน่วยงานที่เกี่ยวข้องภาครัฐและภาคเอกชนทั้งในประเทศ และต่างประเทศ
               5) เป็นศูนย์พัฒนาข้อมูลและสร้างองค์ความรู้ เทคโนโลยี และนวัตกรรมด้านการพัฒนาวัคซีน
               ​6) ให้บริการวิชาการ และฝึกอบรมเพื่อพัฒนาบุคลากรด้านวัคซีน
Download:     พระราชกฤษฎีกา จัดตั้งสถาบันวัคซีนแห่งชาติ (องค์การมหาชน) พ.ศ. 2555