ข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับสถาบันวัคซีนแห่งชาติ

สานฝัน รวมใจ ร่วมพัฒนาวัคซีนไทย เป็นหน่วยงานกลาง ในการประสาน ผลักดัน และขับเคลื่อนการพัฒนา เพื่อการพึ่งตนเองด้านวัคซีนของประเทศไทย

บริหารจัดการให้ประเทศมีความมั่นคงด้านวัคซีน ภายในปี 2564

บูรณาการและบริหารจัดการงานด้านวัคซีนอย่างมีส่วนร่วม และเกิดผลสัมฤทธิ์

            ความสำคัญของการผลิตวัคซีนภายในประเทศ
ด้วยเหตุที่วัคซีนมีความสำคัญต่อการสร้างเสริมสุขภาวะของประชาชน และความมั่นคงของประเทศ จึงเป็นการสมควรที่ประเทศจะสร้างหลักประกันว่าจะมีวัคซีนที่จำเป็นในปริมาณเพียงพอที่จะใช้ป้องกันโรค
แก่ประชาชนในปัจจุบันและอนาคต โดยอยู่บนพื้นฐานของการพึ่งตนเองด้วยการสร้างความร่วมมืออย่างกว้างขวางของทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้อง เพื่อการพัฒนาศักยภาพทางวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี รวมถึงการบริหารจัดการที่เกี่ยวข้องกับวัคซีนของประเทศในระยะยาว หากประเทศไทยสามารถผลิตวัคซีนได้เอง นอกจากจะลดการสูญเสียเงินตราออกนอกประเทศเป็นจำนวนมากในแต่ละปี ยังมีโอกาสส่งออกวัคซีนที่มีศักยภาพการผลิตภายในประเทศ นำรายได้เข้าประเทศได้อีกด้วย คณะรัฐมนตรีจึงได้มีมติเห็นชอบนโยบายและแผนยุทธศาสตร์วัคซีนแห่งชาติ ในปี พ.ศ. 2548 

            การจัดตั้งสถาบันวัคซีนแห่งชาติ      
เพื่อเป็นฐานรองรับการลงทุนและการสนับสนุนของภาครัฐ และการประสานความร่วมมือระหว่างหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในภาครัฐและเอกชนให้บรรลุเป้าประสงค์โดยเร็ว โดยกำหนดให้มีการจัดตั้งหน่วยงานกลางที่มีความสามารถและคล่องตัวเพื่อทำหน้าที่ประสานงานและส่งเสริมความร่วมมือระหว่างหน่วยงานต่าง ๆ อย่างครบวงจร โดยมีพัฒนาการของการจัดตั้ง ดังนี้

            ก. สำนักงานเลขานุการคณะกรรมการวัคซีนแห่งชาติ  ในระยะเริ่มต้น คณะกรรมการวัคซีนแห่งชาติมีมติให้จัดตั้งสำนักงานเลขานุการคณะกรรมการวัคซีนแห่งชาติ เมื่อ พ.ศ. 2545 เพื่อทำหน้าที่เป็นสำนักงานเลขานุการของคณะกรรมการฯ

            ข. สำนักงานคณะกรรมการวัคซีนแห่งชาติ  ต่อมาในปี พ.ศ. 2550 กรมควบคุมโรคได้จัดตั้งสำนักงานคณะกรรมการวัคซีนแห่งชาติขึ้นเป็นการภายใน เพื่อรองรับภารกิจตามนโยบายและแผนยุทธศาสตร์วัคซีนแห่งชาติ โดยได้จัดสรรให้มีบุคลากรเพื่อมาปฏิบัติงานในด้านต่าง ๆ มากขึ้น

            ค. สถาบันวัคซีนแห่งชาติ  เนื่องจากการขับเคลื่อนงานตามนโยบายและแผนยุทธศาสตร์ฯ มีความสำคัญ และปัจจัยแห่งความสำเร็จในการดำเนินงานด้านวัคซีน คือ การมีหน่วยงานกลางที่สามารถทำหน้าที่สนับสนุน ส่งเสริมการดำเนินงานตามนโยบายได้อย่างมีประสิทธิภาพ ทั้งนี้สำนักงานคณะกรรมการวัคซีนแห่งชาติ ซึ่งเป็นหน่วยงานภายในยังมีรูปแบบการบริหารงานที่ไม่คล่องตัว มีข้อจำกัดในเรื่องของบุคลากร ซึ่งงานด้านวัคซีนจำเป็นต้องอาศัยบุคลากรที่มีความเชี่ยวชาญเฉพาะด้านเป็นจำนวนมาก แต่รูปแบบของหน่วยงานลักษณะนี้ ไม่เอื้อต่อการบริหารจัดการบุคลากรและงบประมาณ
          คณะกรรมการวัคซีนแห่งชาติจึงมีมติผลักดันให้เกิดสถาบันวัคซีนแห่งชาติภายใต้ระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรี ควบคู่กับการจัดตั้งสถาบันที่มีกฎหมายรองรับ เพื่อแก้ไขข้อจำกัดข้างต้น และประเทศจะได้มีหน่วยงานกลางที่มีประสิทธิภาพในการพัฒนางานด้านวัคซีนเพื่อการพึ่งตนเองต่อไป สถาบันวัคซีนแห่งชาติ ภายใต้ระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรี มีผลตามประกาศในราชกิจจานุเบกษา  เมื่อวันที่ 25 มีนาคม 2553

            ง. สถาบันวัคซีนแห่งชาติ (องค์การมหาชน)  ต่อมามีการยกร่างพระราชกฤษฎีกาจัดตั้งสถาบันวัคซีนแห่งชาติ (องค์การมหาชน) ขึ้น ระหว่างปี พ.ศ. 2554-2555 โดยคณะรัฐมนตรีมีมติเห็นชอบเมื่อวันที่ 5 มิถุนายน 2555 และได้รับการประกาศในราชกิจจานุเบกษา เมื่อวันที่ 10 สิงหาคม 2555
          สถาบันวัคซีนแห่งชาติ (องค์การมหาชน) หรือ สวช. และใช้ชื่อภาษาอังกฤษว่า “National Vaccine Institute (Public Organization)” หรือ NVI ทำหน้าที่ในการบริหารจัดการด้านการวิจัยพัฒนาและผลิตวัคซีน เพื่อให้มีเพียงพอที่จะใช้ภายในประเทศไม่ว่าในสถานการณ์ปกติและสถานการณ์ฉุกเฉิน รวมทั้งทำหน้าที่บริหารจัดการและประสานความร่วมมือกับหน่วยงานภาครัฐและภาคเอกชนที่เกี่ยวข้องทั้งในประเทศและต่างประเทศ ตลอดจนทำหน้าที่เป็นศูนย์พัฒนาข้อมูลและสร้างองค์ความรู้ เทคโนโลยี และนวัตกรรมด้านวัคซีน รวมทั้งให้บริการทางวิชาการและฝึกอบรมเพื่อการพัฒนาบุคลากรด้านวัคซีนอย่างครบวงจร

            จ. สถาบันวัคซีนแห่งชาติ  โดยที่ปัจจุบันกลไกการบริหารจัดการด้านวัคซีนของประเทศยังขาดความเป็นเอกภาพ ขาดความต่อเนื่องในการบูรณาการนโยบายและแผนยุทธศาสตร์ด้านวัคซีน สมควรกำหนดให้มีกลไกที่เป็นระบบในการส่งเสริมและสนับสนุนเพื่อให้มีการวิจัย การพัฒนา การผลิต การประกัน การควบคุมคุณภาพ การจัดหา และการกระจายวัคซีนที่เหมาะสมและเพียงพอ จึงได้มีการยกร่างพระราชบัญญัติความมั่นคงด้านวัคซีนแห่งชาติขึ้นในระหว่างปี 2558-2559 คณะรัฐมนตรีมีมติอนุมัติหลักการร่างพระราชบัญญัติฯ ในวันที่ 20 ธันวาคม 2559 และได้รับการประกาศในราชกิจจานุเบกษา เมื่อวันที่ 21 พฤศจิกายน 2561

            วัตถุประสงค์การจัดตั้ง

1) ศึกษา วิเคราะห์ และจัดทำร่างนโยบายและแผนยุทธศาสตร์ความมั่นคงด้านวัคซีนแห่งชาติเพื่อเสนอต่อคณะกรรมการวัคซีนแห่งชาติ
2) ส่งเสริม สนับสนุน หรือดำเนินการให้มีการวิจัย การพัฒนา การผลิต และการกระจายวัคซีนให้มีคุณภาพและมีปริมาณเพียงพอ สำหรับที่จะใช้ทั้งในสถานการณ์ปกติและในสถานการณ์ฉุกเฉิน
3) บริหารจัดการเพื่อการบูรณาการและขับเคลื่อนการดำเนินการให้สัมฤทธิ์ผลตามนโยบายและแผนยุทธศาสตร์ความมั่นคงด้านวัคซีนแห่งชาติ
4) สร้างเครือข่ายผู้เชี่ยวชาญด้านวัคซีน และประสานงานหรือร่วมมือกับหน่วยงานของรัฐ สถาบัน การศึกษา องค์กรระหว่างประเทศ หรือองค์กรเอกชนที่เกี่ยวข้องในการดำเนินการเกี่ยวกับวัคซีน
5) เป็นศูนย์กลางการบริหารจัดการข้อมูลและความรู้เชิงบูรณาการ เพื่อประกอบการตัดสินใจเชิงนโยบาย เศรษฐกิจ และวิชาการเกี่ยวกับวัคซีน เพื่อให้บริการทางวิชาการ พัฒนาข้อมูลและสร้างองค์ความรู้ เทคโนโลยี และนวัตกรรมด้านวัคซีน
6) ส่งเสริม สนับสนุน หรือดำเนินการให้มีการฝึกอบรมเพื่อการพัฒนาบุคลากรด้านวัคซีนของประเทศ

Download:  พระราชบัญญัติความมั่นคงด้านวัคซีนแห่งชาติ พ.ศ. 2561