คกก.วัคซีนแห่งชาติ เห็นชอบยุทธศาสตร์ความมั่นคงด้านวัคซีน พร้อมผลักดัน “วัคซีน PCV” เข้าสู่แผนงานสร้างเสริมภูมิคุ้มกันโรค หลังสถานการณ์โรคในประเทศมีแนวโน้มรุนแรงอย่างต่อเนื่อง

Views: 203

คณะกรรมการวัคซีนแห่งชาติ จัดประชุมเพื่อรับทราบและพิจารณาแผนนโยบายและยุทธศาสตร์ความมั่นคงด้านวัคซีนของประเทศ โดยมีเป้าหมายเสริมสร้างความสามารถในการพึ่งพาตนเอง เพิ่มการเข้าถึงวัคซีนและอัตราความครอบคลุม พร้อมเร่งผลักดันการนำวัคซีน PCV เข้าแผนงาน EPI และยกระดับการป้องกันโรคด้วยวัคซีนให้แก่ประชาชนในทุกช่วงวัย
วันที่ 13 มกราคม 2569 ณ ห้องประชุม 301 ตึกบัญชาการ 1 ทำเนียบรัฐบาล นายพัฒนา พร้อมพัฒน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการวัคซีนแห่งชาติ ครั้งที่ 1/2569  โดยมี นพ.สมฤกษ์ จึงสมาน ปลัดกระทรวงสาธารณสุข พร้อมด้วย นพ.มณเฑียร คณาสวัสดิ์ อธิบดีกรมควบคุมโรค นพ.นคร  เปรมศรี ผู้อำนวยการสถาบันวัคซีนแห่งชาติ กรรมการโดยตำแหน่ง และกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิเข้าร่วม
นายพัฒนา พร้อมพัฒน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข ประธานในที่ประชุมกล่าวว่า สำหรับวาระเพื่อพิจารณาในครั้งนี้ ที่ประชุมได้เห็นชอบและให้ความสำคัญกับการเร่งผลักดันวัคซีนป้องกันโรคติดเชื้อนิวโมคอคคัส (Pneumococcal Conjugate Vaccine: PCV) เข้าสู่แผนงานสร้างเสริมภูมิคุ้มกันโรค เพื่อลดอัตราการป่วยหนักและเสียชีวิตจากโรคดังกล่าว หลังสถานการณ์โรคปอดอักเสบจากเชื้อนิวโมคอคคัสในประเทศไทยยังมีแนวโน้มรุนแรงและส่งผลกระทบต่อเด็กเล็กอย่างต่อเนื่อง ทั้งนี้ข้อมูลสถานการณ์ล่าสุดในปี 2567 พบผู้ป่วยกว่า 412,963 ราย และอัตราการเสียชีวิตในเด็กอายุ 0–4 ปี เพิ่มขึ้นถึง 5 เท่า ภายในช่วง 4 ปีที่ผ่านมา ขณะที่จำนวนเด็กที่ต้องเข้ารับการรักษาในโรงพยาบาลเพิ่มสูงขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ ซึ่งไม่เพียงส่งผลต่อสุขภาพเด็กไทยในระยะสั้น แต่ยังอาจนำไปสู่ภาวะแทรกซ้อน ความพิการ และคุณภาพชีวิตที่ลดลงในระยะยาว ขณะที่ประเทศไทยได้ดำเนินการผลักดันวัคซีน PCV มาอย่างต่อเนื่องมากกว่า 5 ปี ตั้งแต่การจัดลำดับความสำคัญโดยคณะอนุกรรมการสร้างเสริมภูมิคุ้มกันโรค การนำร่องการใช้วัคซีนในบางพื้นที่ การบรรจุวัคซีน PCV 10 และ 13 สายพันธุ์ในบัญชียาหลักแห่งชาติในปี 2566 ตลอดจนความร่วมมือจากภาควิชาการ ภาควิชาชีพ และภาคนโยบาย อย่างไรก็ตาม กระบวนการบรรจุวัคซีน PCV ในแผนงานสร้างเสริมภูมิคุ้มกันโรคยังมีความล่าช้า ในขั้นตอนและการพิจารณาเป็นสิทธิประโยชน์ในระบบหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ ทั้งนี้คณะกรรมการวัคซีนแห่งชาติได้เน้นย้ำแนวทางสำคัญในการเร่งรัดการเข้าถึงวัคซีน PCV อย่างเป็นรูปธรรมได้ และแจ้งให้สำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติพิจารณาเร่งรัดการบรรจุวัคซีน PCV เป็นสิทธิประโยชน์ โดยมีการจัดสรรงบประมาณสำหรับการจัดหาวัคซีนในปีงบประมาณ 2569 ไว้แล้ว และมอบหมายให้สถาบันวัคซีนแห่งชาติร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทบทวนและปรับปรุงกลไกการพิจารณาบรรจุวัคซีนใหม่ในแผนงานสร้างเสริมภูมิคุ้มกันโรคของประเทศ เพื่อลดขั้นตอนและระยะเวลาการดำเนินงานให้สอดคล้องกับสถานการณ์ด้านสุขภาพของประเทศ ซึ่งจะเป็นอีกก้าวสำคัญของนโยบายด้านวัคซีนของประเทศ ที่สะท้อนถึงการลงทุนด้านสุขภาพที่คุ้มค่าในระยะยาว และการร่วมกันปกป้องเด็กไทยจากโรคที่สามารถป้องกันได้ด้วยวัคซีน
ด้าน นพ.นคร  เปรมศรี  ผู้อำนวยการสถาบันวัคซีนแห่งชาติ ในฐานะเลขานุการคณะกรรมการวัคซีนแห่งชาติ กล่าวว่า ที่ประชุมยังได้รับทราบความก้าวหน้าการดำเนินงานด้านวัคซีนในภาพรวม ประกอบด้วย การสร้างความร่วมมือการผลิตวัคซีนไข้หวัดใหญ่ด้วยเทคโนโลยีเซลล์เพาะเลี้ยงในระดับอุตสาหกรรม เพื่อเสริมสร้างความมั่นคงด้านการผลิตวัคซีนในประเทศ โดยสถาบันวัคซีนแห่งชาติได้สนับสนุนงบประมาณจากกองทุนส่งเสริมวิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (ววน.) ในปีงบประมาณ 2567–2568 เพื่อพัฒนาและปรับปรุงโรงงานต้นแบบผลิตยาชีววัตถุแห่งชาติให้พร้อมรองรับการถ่ายทอดเทคโนโลยี พร้อมทั้งอยู่ระหว่างเสนอขอรับงบประมาณเพิ่มเติมในปี 2569 จากสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมวิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (สกสว.) ขณะเดียวกันได้มีการหารือกับบริษัท SK bioscience สาธารณรัฐเกาหลี และองค์การเภสัชกรรม ถึงความก้าวหน้าการจัดตั้งบริษัทร่วมทุนและการถ่ายทอดเทคโนโลยีการผลิตวัคซีน โดยอยู่ระหว่างพิจารณาแนวทางเพิ่มความยั่งยืนของโครงการผ่านการขยายตลาดในภูมิภาคการต่อยอดการผลิตวัคซีนชนิดอื่น และการเพิ่มประสิทธิภาพการผลิต
นอกจากนี้ยังได้รับทราบความก้าวหน้าการดำเนินงานภายใต้คณะอนุกรรมการสร้างเสริมภูมิคุ้มกันโรค โดย นพ.มณเฑียร คณาสวัสดิ์ อธิบดีกรมควบคุมโรค ได้นำเสนอต่อที่ประชุมว่า ขณะนี้ได้มีการจัดทำคำแนะนำการสร้างเสริมภูมิคุ้มกันโรคสำหรับประชาชน ปี 2569 ตามแนวคิด Life-course Immunization การปรับคำแนะนำการให้วัคซีน HPV ในกลุ่มเป้าหมายหญิงอายุ 20–26 ปี และการจัดลำดับความสำคัญของวัคซีนที่เตรียมผลักดันเข้าสู่แผนงานสร้างเสริมภูมิคุ้มกันโรค เพื่อเพิ่มการเข้าถึงวัคซีนอย่างเหมาะสมในทุกช่วงวัย
พร้อมกันนี้ ที่ประชุมยังรับทราบผลการดำเนินงานตามนโยบายและแผนยุทธศาสตร์ความมั่นคงด้านวัคซีนแห่งชาติ ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2568 และเห็นชอบต่อร่างนโยบายและแผนยุทธศาสตร์ความมั่นคงด้านวัคซีนแห่งชาติ ในระยะครึ่งแผน พ.ศ. 2569–2570 ซึ่งมุ่งเน้นการบริหารจัดการวัคซีนอย่างมีประสิทธิภาพ การส่งเสริมการวิจัยและอุตสาหกรรมวัคซีนในประเทศ การพัฒนาศักยภาพบุคลากร และการเสริมสร้างความเข้มแข็งของภาคีเครือข่าย เพื่อให้ประชาชนทุกคนในประเทศไทยสามารถเข้าถึงวัคซีนที่มีคุณภาพอย่างทั่วถึง เป็นธรรม และยั่งยืน ทั้งนี้ได้มอบหมายให้สถาบันวัคซีนแห่งชาติ เสนอร่างนโยบายและแผนยุทธศาสตร์ดังกล่าวต่อสำนักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ คณะรัฐมนตรีต่อไป
ที่มา: สถาบันวัคซีนแห่งชาติ
ภาพ: สำนักอำนวยการ และสำนักสารนิเทศ สป. 
วันที่: 14/01/69