“คางทูม”… เมื่อแก้มบวมอาจไม่ใช่เรื่องเล็ก

Views: 22

🟡 “คางทูม”… เมื่อแก้มบวมอาจไม่ใช่เรื่องเล็ก
คางทูม (Mumps)
เป็น โรคติดต่อจากเชื้อไวรัส
แพร่เชื้อผ่าน น้ำลาย การไอ จาม การใช้ของร่วมกัน
พบได้บ่อยในเด็ก วัยรุ่น และผู้ใหญ่ที่ไม่ได้รับวัคซีนหรือได้รับวัคซีนไม่ครบตามเกณฑ์
แม้โรคจะหายได้เองในผู้ป่วยหลายราย และเกิดภูมิคุ้มกันตามธรรมชาติ แต่ในบางกรณีอาจก่อให้เกิดภาวะแทรกซ้อนที่รุนแรง
🔍 คางทูมเกิดจากอะไร
• เกิดจาก เชื้อไวรัสคางทูม (Mumps virus)
• ติดต่อได้ง่ายจากการไอ จาม หรือการสัมผัสน้ำลายของผู้ติดเชื้อ
• จากนั้นเชื้อจะเพิ่มจำนวนในร่างกาย และไปทำให้เกิดการอักเสบของต่อมน้ำลาย โดยเฉพาะบริเวณข้างแก้มและกราม
• ผู้ป่วยสามารถแพร่เชื้อได้ตั้งแต่ก่อนมีอาการ
🤧 อาการเด่นของคางทูม
• ต่อมน้ำลายบริเวณแก้มและกรามบวม เจ็บ (อาจบวมข้างเดียวหรือสองข้าง)
• เจ็บเวลากลืนหรือเคี้ยวอาหาร
• มีไข้ ปวดศีรษะ อ่อนเพลีย
⚠️ ภาวะแทรกซ้อนที่ไม่ควรมองข้าม
แม้คางทูมจะดูเป็นโรคไม่รุนแรง แต่สามารถนำไปสู่ภาวะแทรกซ้อนที่สำคัญ เช่น
🔴 อัณฑะอักเสบในผู้ชาย → เสี่ยงภาวะมีบุตรยาก
🔴 รังไข่อักเสบในผู้หญิง
🔴 สมองอักเสบ / เยื่อหุ้มสมองอักเสบ
🔴 หูหนวกถาวร (พบได้น้อย แต่เกิดขึ้นได้)
🛡️ ป้องกันก่อนติดเชื้อ ดีกว่ารักษาหลังป่วย
ล้างมือ สวมหน้ากากอนามัย หลีกเลี่ยงการใช้ของร่วมกัน
และที่สำคัญที่สุด คือ การฉีดวัคซีนป้องกัน
💉 วัคซีน MMR เกราะป้องกันสำคัญ
วัคซีนป้องกันโรคคางทูมเป็นส่วนหนึ่งของวัคซีนรวม MMR (หัด–คางทูม–หัดเยอรมัน)
การได้รับวัคซีน ครบ 2 เข็ม ช่วยสร้างภูมิคุ้มกันที่เพียงพอและยาวนาน ต่อทั้ง 3 โรค
ลดความเสี่ยงการติดเชื้อ ความรุนแรงของโรค และภาวะแทรกซ้อน
แก้มบวมอาจหายได้ แต่ภาวะแทรกซ้อนอาจส่งผลต่อสุขภาพในระยะยาว
👉 การได้รับวัคซีน MMR ครบถ้วน คือเกราะป้องกันที่ดีที่สุดในการป้องกันโรคคางทูม
.
ข้อมูลอ้างอิง:
กรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข / WHO / CDC / UNICEF
WHO, CDC, กรมควบคุมโรค (อัปเดต 2023–2025)
#สถาบันวัคซีนแห่งชาติ #วัคซีน #Vaccine #VaccinesWork #วัคซีนปลอดภัย #คางทูม #Mumps #วัคซีนMMR