“คางทูม” … ใครเสี่ยงมากกว่าที่คิด?

Views: 6

คางทูมเป็นโรคติดต่อจากเชื้อไวรัสที่แพร่ได้ง่าย
ติดต่อผ่านน้ำลาย การไอ จาม และการใช้ของใช้ร่วมกัน
แม้คางทูมจะพบได้ในทุกช่วงวัย
แต่บางกลุ่มมีความเสี่ยงติดเชื้อได้ง่ายกว่า และอาจมีอาการรุนแรงหรือเกิดภาวะแทรกซ้อนได้ เช่น อัณฑะอักเสบในผู้ชาย รังไข่อักเสบในผู้หญิง เยื่อหุ้มสมองอักเสบ และหูหนวกถาวร
👥 กลุ่มที่มีความเสี่ยงมากขึ้น
👶 เด็กเล็ก ที่ยังไม่ได้รับวัคซีนครบตามเกณฑ์
→ มีภูมิคุ้มกันต่อโรคยังไม่เพียงพอ
→ เสี่ยงติดเชื้อและอาจเกิดภาวะแทรกซ้อนได้ เช่น เยื่อหุ้มสมองอักเสบ การได้ยินลดลง
🧒👧 เด็กโตและวัยรุ่น ที่พลาดการฉีดวัคซีน
→ มักอยู่รวมกลุ่มในโรงเรียน มหาวิทยาลัย
🧑‍💼 ผู้ใหญ่ ที่ไม่แน่ใจประวัติการฉีดวัคซีน
→ อาจไม่เคยได้รับวัคซีนครบตามเกณฑ์
→ เมื่อติดเชื้อ อาจมีอาการรุนแรงกว่ากลุ่มอายุอื่น
🚨 ในวัยรุ่นและผู้ใหญ่ ผู้ชายมีความเสี่ยงอัณฑะอักเสบ ซึ่งอาจส่งผลต่อภาวะเจริญพันธุ์ในอนาคต ผู้หญิงอาจเกิดรังไข่อักเสบ ทำให้มีอาการปวดท้องน้อยและไข้
🧑‍🦽 ผู้ที่มีภูมิคุ้มกันต่ำ
→ ผู้ป่วยโรคเรื้อรัง ผู้ที่ได้รับยากดภูมิ
→ เสี่ยงป่วยรุนแรง และฟื้นตัวช้ากว่าปกติ
🏫 ผู้ที่อยู่ในที่แออัด หรือรวมกลุ่มจำนวนมาก
→ อยู่ใกล้ชิดกันเป็นเวลานาน
→ คางทูมสามารถแพร่กระจายได้อย่างรวดเร็ว
🏥 ผู้ดูแลเด็กและบุคลากรทางการแพทย์
→ มีโอกาสสัมผัสผู้ติดเชื้อบ่อย
⚠️ ปัจจัยที่เพิ่มความเสี่ยง
• ไม่เคยฉีดวัคซีน หรือฉีดไม่ครบตามเกณฑ์
• ใกล้ชิดผู้ป่วยโดยไม่ป้องกัน
• ใช้ของใช้ส่วนตัวร่วมกับผู้อื่น
• ภูมิคุ้มกันต่ำ
🛡️ ป้องกันได้ตั้งแต่วันนี้
• ตรวจสอบประวัติการฉีดวัคซีนของตนเอง
• ฉีดวัคซีน MMR 2 เข็ม ให้ครบตามเกณฑ์
• ดูแลสุขอนามัย และหลีกเลี่ยงการใกล้ชิดผู้ป่วย
คางทูมเกิดได้กับทุกคน
ผู้ที่ยังไม่ได้รับวัคซีนครบ เสี่ยงป่วยรุนแรงมากกว่า
การฉีดวัคซีนให้ครบ
ช่วยลดความรุนแรงของโรค
และลดการแพร่กระจายในครอบครัวและชุมชน
ข้อมูลอ้างอิง:
กรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข / WHO / CDC / UNICEF
WHO, CDC, กรมควบคุมโรค (อัปเดต 2023–2025)
#สถาบันวัคซีนแห่งชาติ #วัคซีน #Vaccine #VaccinesWork #วัคซีนปลอดภัย #คางทูม #Mumps #วัคซีนMMR